5 หัวใจของรถคุณต้องดูแล

รถยนต์ หนึ่งคันกว่าจะได้มาเป็นเจ้าของสำหรับหลายคนแล้วมันยากลำบากมากเลยทีเดียว แต่ถึงแม้อาจจะไม่ใช่เรื่องยากสำหรับบางคนก็ตาม “รถยนต์” หนึ่งคันมันย่อมเป็นมากกว่ายานพาหนะ แต่รถยนต์หนึ่งคันย่อมจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของอนาคตของคุณ ส่วนหนึ่งของครอบครัวของคุณ และส่วนหนึ่งของชีวิตของคุณอย่างแน่นอน เพราะฉะนั้นจึงไม่น่าแปลกใจเลยที่หลายคนต่างเฝ้าเอาใจใส่ ดูแลรถยนต์ ยิ่งกว่าสิ่งอื่นใด โดยเฉพาะกับคุณผู้ชายที่รักรถยนต์เป็นทุนอยู่แล้วก็ยิ่งเห็นได้ชัดมาก

ลงไปให้ลึกมากกว่านั้น ทำความเข้าใจในระบบกลไกและเครื่องยนต์ของรถยนต์ให้มากเข้าไปอีก เพื่อความเข้าใจในการดูแลรักษาและใช้งานได้อย่างถูกต้องและถนอมรถยนต์ของคุณให้มากที่สุด แต่ถ้าคุณไม่เคยที่จะศึกษาหรือสัมผัสเรื่องราวของการทำงาน กลไกต่างๆ ตอนนี้ก็เป็นเวลาที่เหมาะสมที่จะเริ่มต้นศึกษากัน

“เชื่อหรือไม่ ? รถยนต์ก็มีหัวใจไม่แตกต่างกับสิ่งมีชีวิตอื่นๆ แต่แตกต่างกันที่ว่า หัวใจของรถยนต์มีทั้งหมด 5 ดวง ที่คอยสนับสนุนการทำงานของกันและกัน ไม่ว่าจะเป็น หัวใจดวงที่ 1 การเติมน้ำมัน  2. ยางรถยนต์และระบบขับเคลื่อน 3. ระบบสตาร์ทรถ 4. ระบบน้ำมันหล่อลื่น และ 5. ระบบหม้อน้ำรถยนต์”

 รถยนต์

“หัวใจดวงที่ 1 การเติมน้ำมัน”

การเติมน้ำมันเชื้อเพลิงเข้าไปในตัวรถ ก็เหมือนกันการป้อนอาหารให้กับรถยนต์ เป็นพลังงานในการขับเคลื่อนไปได้อย่างเป็นปกติ โดยหากเลือกน้ำมันที่คุณภาพเครื่องยนต์ก็คงประสิทธิเอาไว้ไม่เสื่อมง่ายๆ และหากมีเทคนิคดีๆก็จะสามารถลดค่าใช้จ่าย ค่าน้ำมันลงได้หลายบาทกันเลยทีเดียว

  1. การเติมน้ำมันเต็มถัง อาจจะไม่ใช่ความคิดที่ดีนัก เพราะเมื่อน้ำมันเต็มถังเกินไปก็มีโอกาสที่จะปริ่มและทะลักออกมาจากคอถังเอาได้ง่ายๆ และนี่ก็คือการเสียเงินค่าน้ำโดยเปล่าประโยชน์
  2. เลือกเติมน้ำมันในตอนเช้า หรือตอนที่มีอากาศหนาวเย็น เพราะปริมาณน้ำมันจะหนาแน่นกว่าทำให้ ราคาของน้ำมันจะถูกลงกว่าเดิมมากกว่า เติมน้ำมันตอนอากาศร้อน
  3. ตรวจเช็คปั้มน้ำมันที่มีคุณภาพและราคาประหยัด ยิ่งเป็นเส้นทางต่างจังหวัดแล้วละก็มีให้เลือกมากมายกันเลยทีเดียว แต่อย่าลืมสังเกตว่าพวกเขาได้ปรับหัวจ่ายไปที่ 0.00 ถูกต้องหรือเปล่า รอบคอบขึ้นสักนิดเพื่อกันไม่ให้ถูกโกงน้ำมันโดยไม่รู้ตัว
    3

“หัวใจดวงที่ 2 ยางรถยนต์และระบบขับเคลื่อน”

ยางรถยนต์คือสิ่งที่จะทำให้รถเคลื่อนที่ไปข้างหน้าได้ จึงมีความสำคัญอย่างมากที่จะต้องดูแลยางรถยนต์ให้ได้ประสิทธิภาพอยู่เสมอ โดยจะต้องหมั่นตรวจเช็คลมยางให้พอดีกับตามที่ศูนย์บริการตั้งค่าไว้ ซึ่งก็จะแตกต่างกันอยู่ที่การใช้งานของแต่ละคน อีกทั้งหากสภาพยางรถยนต์ดี ระบบขับเคลื่อนดี ก็จะช่วยให้การเดินทางนั้นปลอดภัยมากยิ่งขึ้น แถมยังประหยัดเงินค่าน้ำมันได้อีกด้วย

 “หัวใจดวงที่ 3 ระบบสตาร์ทรถยนต์

ระบบนี้ประเด็นหลักจะอยู่ที่แบตเตอรี่รถยนต์ของคุณว่ายังคงประสิทธิภาพอยู่หรือไม่ (สำหรับแบตที่มีอายุมากกว่า 2 ปีขึ้นไปจะพบปัญหามาก แนะนำให้เปลี่ยนจะดีกว่าเติมไฟเข้าไป) ระบบสตาร์ทและระบบไฟฟ้าทั้งหมดของรถจะขึ้นอยู่กำลังไฟและปริมาณไฟที่เหลืออยู่ในแบตเตอรี่ว่าเพียงพอมากแค่ไหน

แต่หากเกิดเหตุฉุกเฉิน แบตเตอรี่หมด ทำให้ไม่สามารถสตาร์ทรถให้ติดเครื่องได้ “ก็จะสามารถใช้วิธียืมไฟจากแบตก้อนอื่น หรือที่รู้จักกันดีคือ การพ่วงแบต” เพราะฉะนั้นเพื่อความปลอดภัยและสามารถแก้ปัญหาได้ในยามที่เกิดเหตุ รถแต่ละคันจึงควรที่จะพกสายพ่วงแบตติดรถเอาไว้ด้วย

“หัวใจดวงที่ 4 ระบบน้ำมันหล่อลื่น

การตรวจสอบระบบน้ำมันหล่อลื่นอยู่เป็นประจำจะช่วยยืดอายุการใช้งาน และประหยัดเงินในกระเป๋าได้หลายพันบาทต่อปีกันเลยทีเดียว หลายคนอาจจะยังไม่ทราบว่าน้ำมันหล่อลื่นความจะเปลี่ยนถ่ายทุกๆ 4,500 กิโลเมตร หรือทุก 3 เดือนโดยไม่ต้องรอให้ไมล์หน้าปัดถึงก็สามารถทำได้เช่นเดียวกัน

“เคล็ดลับการตรวจเช็คปริมาณน้ำมันหล่อลื่น”

  1. เริ่มต้นด้วยการจอดรถในพื้นที่ราบเสมอกัน ทั้งคันก่อนจะดับเครื่องยนต์
  2. หาก้านวัดน้ำมันหล่อลื่นในรถ ปกติก้านวัดน้ำมันหล่อลื่นจะอยู่บริเวณเครื่องยนต์และเห็นได้ง่าย แต่ถ้าคุณหาไม่พบให้ดูจากหนังสือคู่มือรถก็ได้
  3. ดึงก้านวัดออกมา ทำความสะอาดเช็ดความน้ำมันเก่าออกให้หมดเพื่อจะได้สังเกตได้อย่างชัดเจน
  4. จุ่มก้านวัดลงไปในท่อน้ำมันหล่อลื่น ทิ้งไว้สักครู่ก่อนจะดึงขึ้นมาเพื่ออ่านค่า
  5. ส่วนมากก้านวัดจะมีส่วนที่ระบุว่า ระดับไหนเต็ม ระดับไหนขาด ก็สามารถศึกษาอ่านระดับค่าได้จากคู่มือของรถแต่ละคน แต่ละยี่ห้อ และหากผลออกมาคือต้องเติมเพิ่ม ก็ไม่ควรจะนิ่งนอนใจ ควรจะเติมน้ำมันหล่อลื่นทันที

1

 “หัวใจดวงที่ 5 ระบบหม้อน้ำ ระดับความร้อนในรถยนต์

หัวใจดวงนี้จะไม่พูดถึงกันไม่ได้เลย เครื่องยนต์ทุกชนิดเมื่อทำงานไปแล้วย่อมเกิดความร้อนขึ้นมา รถยนต์ก็เช่นเดียวกัน  เครื่องยนต์และระบบทั้งหมดภายในรถยนต์ก็มีความร้อนสูงไม่แพ้เครื่องจักรชนิดอื่นๆ แต่ผู้ขับขี่สามารถป้องกันไม่ให้ รถยนต์ของตัวเองมีความร้อนที่สูงเกิน จนระบบช็อคได้ง่ายๆ ก็คือ

  1. หมั่นมองดูที่เข็มบนหน้าปัดว่า เข็มอุณหภูมิของรถยนต์ว่าเข็มได้แจ้งหรือยัง หากเข็มบนหน้าปัดแจ้งก็แนะนำให้หยุดรถ พักไว้สักครู่ ก่อนจะเติมน้ำให้ความร้อนของเครื่องยนต์ลดลง พร้อมทั้งเช็ครอยรั่วของหม้อน้ำให้ละเอียด
  1. ก่อนเดินทางไกล ก็ควรจะเช็คหม้อน้ำอยู่เสมอ เพื่อไม่ให้เป็นปัญหากับการเดินทาง
  1. โดยเฉพาะรถเก่าที่มีอายุเกิน 5 ปี ยิ่งควรตรวจเช็คอยู่เป็นประจำ

“ถึงเวลาแล้วที่ทุกคนจะต้องหันกลับมาความสำคัญกับหัวใจทั้ง 5 ดวงนี้ เพื่อการดูแลรถยนต์คันโปรดของคุณได้อย่างเต็มที่ และเมื่อดูแลรถยนต์ได้อย่างเต็มที่ มีข้อมูลที่ดีอยู่ในมือ ก็ไม่จำเป็นเลยที่ต้องกังวลเมื่อรถมีปัญหา แถมยังสามารถช่วยยืดอายุการใช้และประหยัดเงินในกระเป๋าเพิ่มขึ้นอีกด้วย”